PandaSilk

  • Shop
  • ติดต่อเรา
  • บล็อก
  • ไทยไทย
    • English English
    • Español Español
    • Deutsch Deutsch
    • Français Français
    • Italiano Italiano
    • Português Português
    • Nederlands Nederlands
    • 简体中文 简体中文
    • 日本語 日本語
    • 한국어 한국어
    • العربية العربية
    • Українська Українська
    • Русский Русский
    • Dansk Dansk
    • Suomi Suomi
    • Svenska Svenska
    • Norsk bokmål Norsk bokmål
    • עברית עברית
    • Türkçe Türkçe
    • Čeština Čeština
    • Polski Polski
    • Български Български
    • српски српски
    • Hrvatski Hrvatski
    • Uzbek Uzbek
    • हिन्दी हिन्दी
    • বাংলাদেশ বাংলাদেশ
    • Tiếng Việt Tiếng Việt
    • Melayu Melayu
    • Indonesia Indonesia
  • Home
  • บล็อก
  • ความรู้ด้านสิ่งทอ
  • วิธีกำจัดกลิ่นอับผ้า เคล็ดลับเสื้อผ้าหอมสดชื่น

วิธีกำจัดกลิ่นอับผ้า เคล็ดลับเสื้อผ้าหอมสดชื่น

by Elizabeth / วันเสาร์, 15 กุมภาพันธ์ 2025 / Published in ความรู้ด้านสิ่งทอ
Linen hanging on clothesline on grassy seacoast

เสื้อผ้าที่สะอาดหมดจดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ แต่บางครั้งเสื้อผ้าที่เราซักแล้วก็ยังคงมีกลิ่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับชื้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้สร้างความรำคาญใจและทำให้เราขาดความมั่นใจได้ การกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากเสื้อผ้าจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ บทความนี้จะนำเสนอวิธีต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณขจัดกลิ่นเหม็นอับออกจากเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเคล็ดลับการดูแลเสื้อผ้าเพื่อป้องกันปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในระยะยาว

1. สาเหตุหลักของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในเสื้อผ้า

กลิ่นเหม็นอับในเสื้อผ้าเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

  • ความชื้น: เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นอับชื้น เนื่องจากความชื้นเป็นแหล่งอาหารของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ การตากผ้าในที่ร่ม หรือการเก็บผ้าที่ยังไม่แห้งสนิท จะทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย
  • เหงื่อไคล: เหงื่อไคลที่สะสมอยู่ในเสื้อผ้า โดยเฉพาะบริเวณใต้วงแขน จะเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายเหงื่อไคล ก็จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ
  • เชื้อราและแบคทีเรีย: เชื้อราและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น ดังนั้นเสื้อผ้าที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม หรือเสื้อผ้าที่เก็บไว้ในที่อับชื้น จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • คราบสกปรกและอาหาร: คราบสกปรกและเศษอาหารที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า หากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม จะทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ
  • กลิ่นจากสภาพแวดล้อม: เสื้อผ้าสามารถดูดซับกลิ่นจากสภาพแวดล้อมได้ง่าย เช่น กลิ่นควัน กลิ่นอาหาร กลิ่นสี หรือกลิ่นจากตู้เสื้อผ้าที่ไม่สะอาด

2. วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับออกจากเสื้อผ้า

มีหลายวิธีในการขจัดกลิ่นเหม็นอับออกจากเสื้อผ้า ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้า ความรุนแรงของกลิ่น และความสะดวกในการใช้งาน

  • การซักผ้าด้วยน้ำยาซักผ้าที่มีประสิทธิภาพ: เลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่มีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดคราบสกปรกและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นอับ ควรซักผ้าด้วยน้ำร้อน (หากผ้าชนิดนั้นสามารถซักด้วยน้ำร้อนได้) เพื่อฆ่าเชื้อโรคและขจัดคราบสกปรกได้ดียิ่งขึ้น

  • การใช้เบกกิ้งโซดา (Baking Soda): เบกกิ้งโซดาเป็นสารดูดกลิ่นตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้ได้หลายวิธี เช่น

    • เติมลงในเครื่องซักผ้า: เติมเบกกิ้งโซดา ½ – 1 ถ้วยตวงลงในเครื่องซักผ้าพร้อมกับน้ำยาซักผ้าตามปกติ
    • แช่ผ้าในน้ำเบกกิ้งโซดา: แช่ผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับในน้ำอุ่นผสมเบกกิ้งโซดา (ประมาณ ½ ถ้วยตวงต่อน้ำ 4 ลิตร) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปซักตามปกติ
    • โรยเบกกิ้งโซดาบนผ้า: โรยเบกกิ้งโซดาบนผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับ ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วจึงดูดฝุ่นหรือปัดออก
  • การใช้น้ำส้มสายชู (Vinegar): น้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดกลิ่นเหม็นอับ สามารถใช้ได้หลายวิธี เช่น

    • เติมลงในเครื่องซักผ้า: เติมน้ำส้มสายชู ½ – 1 ถ้วยตวงลงในเครื่องซักผ้าแทนน้ำยาปรับผ้านุ่ม
    • แช่ผ้าในน้ำส้มสายชู: แช่ผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับในน้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชู (ประมาณ ½ ถ้วยตวงต่อน้ำ 4 ลิตร) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปซักตามปกติ
    • ฉีดพ่นน้ำส้มสายชูบนผ้า: ผสมน้ำส้มสายชูและน้ำในอัตราส่วนเท่าๆ กัน แล้วฉีดพ่นบนผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับ ทิ้งไว้ให้แห้ง
  • การใช้แสงแดด: แสงแดดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคและดับกลิ่นตามธรรมชาติ ควรนำเสื้อผ้าไปตากแดดจัดๆ เพื่อช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับ

  • การใช้สเปรย์ดับกลิ่นผ้า: มีสเปรย์ดับกลิ่นผ้าหลายยี่ห้อในท้องตลาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและปลอดภัยต่อผิว

  • การใช้น้ำมันหอมระเหย (Essential Oils): น้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคและดับกลิ่น เช่น น้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil) น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil) หรือน้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus Oil) สามารถหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยดลงในเครื่องซักผ้าพร้อมกับน้ำยาซักผ้า หรือผสมน้ำมันหอมระเหยกับน้ำแล้วฉีดพ่นบนผ้า

ตารางเปรียบเทียบวิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับออกจากเสื้อผ้า

วิธีการ ข้อดี ข้อเสีย เหมาะสำหรับ
ซักด้วยน้ำยาซักผ้า ขจัดคราบสกปรกและแบคทีเรียได้ดี, ใช้งานง่าย อาจมีสารเคมีตกค้าง, บางชนิดอาจไม่เหมาะกับผ้าบางประเภท เสื้อผ้าทั่วไป, เสื้อผ้าที่มีคราบสกปรก
เบกกิ้งโซดา ปลอดภัย, ราคาถูก, ดูดกลิ่นได้ดี อาจทิ้งคราบขาวบนผ้าสีเข้ม, ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับไม่รุนแรง, เสื้อผ้าที่ต้องการขจัดกลิ่น
น้ำส้มสายชู ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี, ราคาถูก, ช่วยให้ผ้าอ่อนนุ่ม อาจมีกลิ่นฉุน, ไม่เหมาะกับผ้าบางประเภท (เช่น ผ้าไหม) หากใช้ปริมาณมากเกินไป เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับ, เสื้อผ้าที่ต้องการฆ่าเชื้อ
แสงแดด ฟรี, ฆ่าเชื้อโรคได้ดี, ช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว อาจทำให้สีผ้าซีดจาง, ไม่สามารถทำได้ในวันที่ไม่มีแดด เสื้อผ้าที่ต้องการฆ่าเชื้อ, เสื้อผ้าที่ต้องการให้แห้งเร็ว
สเปรย์ดับกลิ่นผ้า ใช้งานง่าย, สะดวก อาจมีสารเคมี, บางชนิดอาจมีกลิ่นแรง เสื้อผ้าที่ต้องการดับกลิ่นเฉพาะจุด, เสื้อผ้าที่ไม่สามารถซักได้บ่อยๆ
น้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอม, มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ต้องเลือกชนิดที่เหมาะสมกับผ้า, อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในบางคน เสื้อผ้าที่ต้องการให้มีกลิ่นหอม, เสื้อผ้าที่ต้องการฆ่าเชื้อ

3. เคล็ดลับการดูแลเสื้อผ้าเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นอับ

การป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นอับในเสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เสื้อผ้าของเราสะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ

  • ซักผ้าทันทีหลังใช้งาน: ไม่ควรทิ้งเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ในตะกร้าเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อ ควรซักผ้าทันทีหรือผึ่งให้แห้งก่อนนำไปใส่ตะกร้า
  • แยกผ้าเปียกและผ้าแห้ง: ไม่ควรใส่ผ้าเปียกและผ้าแห้งรวมกันในตะกร้า เพราะความชื้นจากผ้าเปียกจะทำให้ผ้าแห้งเกิดกลิ่นอับ
  • ตากผ้าในที่ที่มีอากาศถ่ายเท: ควรตากผ้าในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีแสงแดดส่องถึง หากตากผ้าในที่ร่ม ควรเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ
  • เก็บเสื้อผ้าให้แห้งสนิท: ก่อนเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสื้อผ้าแห้งสนิท หากเสื้อผ้ายังมีความชื้นอยู่ จะทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
  • ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า: ควรทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดฝุ่นละอองและเชื้อราที่อาจสะสมอยู่
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้น: หากตู้เสื้อผ้ามีความชื้นสูง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้น เช่น ซิลิกาเจล หรือถ่าน เพื่อช่วยลดความชื้นในตู้
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าซ้ำหลายครั้ง: ควรซักเสื้อผ้าทุกครั้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่สัมผัสกับผิวโดยตรง เช่น เสื้อชั้นใน หรือถุงเท้า
  • สำหรับผ้าไหม: ควรซักด้วยน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาว หากต้องการขจัดกลิ่นอับของผ้าไหม สามารถนำไปผึ่งลมในที่ร่ม หรือใช้สเปรย์ดับกลิ่นผ้าที่ออกแบบมาสำหรับผ้าไหมโดยเฉพาะ (ควรทดสอบในบริเวณเล็กๆ ก่อน) แบรนด์อย่าง PandaSilk มีผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าไหมที่อาจช่วยได้

การขจัดกลิ่นเหม็นอับออกจากเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราทำความเข้าใจถึงสาเหตุของกลิ่น และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับชนิดของผ้าและความรุนแรงของกลิ่น นอกจากนี้ การดูแลเสื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอและการป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นอับตั้งแต่แรก ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้เสื้อผ้าของเราสะอาดและมีกลิ่นหอมอยู่เสมอ

What you can read next

วิธีฟื้นคืนชีพเสื้อแคชเมียร์ตัวโปรดให้กลับมานุ่ม
Lambswool Scarf (5)
แคชเมียร์ เมอริโน หดตัว: ทำไม เกิดขึ้นได้อย่างไร และวิธีแก้ไข
คู่มือซักแคชเมียร์: เคล็ดลับให้ผ้านุ่มเหมือนใหม่

Search

Blog Categories

  • Chengdu
  • การดูแลและซักผ้าไหม
  • การระบุผ้าไหม
  • การเลี้ยงไหม
  • ความรู้ด้านสิ่งทอ
  • ความรู้ทั่วไป
  • คุณสมบัติและการใช้งานของผ้าไหม
  • คู่มือการซื้อผ้าไหม
  • ทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องนอน
  • บทเรียน DIY
  • ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของผ้าไหม
  • ปักผ้าไหม
  • พรมไหม
  • เคล็ดลับการนอน
  • ไอเดียของขวัญจากผ้าไหม

Recent Posts

  • The Beauty of the Silk Sari

    ความงามของผ้าไหมส่าหรี: สำรวจผ้าโพกหัวแบบดั้งเดิมที่สง่างามที่สุดของอินเดีย

    มีเหตุผลว่าทำไมผ้าซารีถึงยังคงเป็นสุดยอดแฟชั่นร...
  • Sari Drapes

    6 ผ้าซิ่นส่าหรีที่ดูโมเดิร์น ชิค และไร้ความพยายาม (ไม่ต้องใช้เข็มกลัด!)

    ความงามของ ผ้าไหมส่าหรี 6 หลานั้นเป็นที่ยอมรับใ...
  • Sari or Lehenga

    ซารี่หรือเลห์งา? วิธีเลือกชุดที่สมบูรณ์แบบสำหรับแขกงานแต่งงานอินเดีย

    ได้รับเชิญไปงานแต่งงานแบบอินเดียเป็นเรื่องที่น่...
  • The Rise of Hanfu

    การฟื้นคืนชีพของฮั่นฟู่: ทำไมแฟชั่นจีนโบราณถึงกำลังกลับมาเป็นที่นิยมทั่วโลก

    หากคุณเดินผ่านย่านแฟชั่นในลอนดอน โตเกียว หรือนิ...
  • How to Wash and Store Your Vintage Hanfu

    การดูแลผ้าไหม 101: วิธีการซักและเก็บรักษาผ้าโบราณฮั่นฟู่

    การเป็นเจ้าของชุดฮั่นฝูไหมโบราณ ก็เหมือนกับการไ...
  • Qipao with Jeans

    ชุดกี่เพ้าคู่กับยีนส์? คู่มือสุดยอดสำหรับ “สไตล์จีนใหม่” (ซินจงซือ)

    หากคุณเคยเลื่อนดู TikTok หรือเดินอยู่บนท้องถนนใ...
  • กระแสกระโปรง “ม่านเหมียนฉุน”: ทำไมชุดฮั่นโบราณชิ้นนี้ถึงไวรัลบน TikTok

    หากคุณใช้เวลาบน TikTok แฟชั่นหรือ Instagram Ree...
  • Hanfu vs. Kimono vs. Hanbok

    ฮันฟู vs. คิโมโนะ vs. ฮันบก: คู่มือสายตาเพื่อแยกแยะความแตกต่างได้ในทันที

    แฟชั่นตะวันออกแบบดั้งเดิมกำลังประสบกับการฟื้นคื...
  • The Art of Batik

    ศิลปะการทำผ้าบาติก: ประวัติศาสตร์ เทคนิค และคู่มือการดูแลเสื้อผ้าไหม

    ก้าวเข้าสู่โลกที่แฟชั่นคือศิลปะอันวิจิตรโดยแท้ ...
  • Real Silk vs. Synthetic How to Spot Authentic Batik Fabric in Seconds

    ผ้าไหมแท้ vs. ผ้าสังเคราะห์: วิธีสังเกตผ้าบาติกแท้ภายในไม่กี่วินาที

    การสวมใส่เสื้อผ้าบาติกที่มีลวดลายสวยงามเป็นการแ...

Customer Care

  • บัญชีของฉัน
  • ติดต่อเรา
  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายการจัดส่ง
  • นโยบายการคืนสินค้า
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

Silk Care

  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ้าไหม
  • วิธีซักผ้าไหมอย่างถูกต้องเพื่อถนอมใยผ้า
  • วิธีทำให้ผ้าปูที่นอนผ้าไหมแห้งหลังซักอย่างถูกวิธี
  • คืนชีพผ้าไหมยับย่น: เคล็ดลับรีดเรียบง่ายๆ
  • วิธีขจัดคราบฝังแน่นบนผ้าไหมอย่างได้ผล
  • กำจัดกลิ่นเหม็นติดผ้าไหมให้หมดจด
  • คืนชีพผ้าไหมเหลืองให้ขาวสะอาดด้วยเคล็ดลับง่ายๆ
  • คืนความเงางามให้ผ้าไหมซักแล้วอย่างไร

Knowledge Base

  • เส้นไหม: บทนำสู่โลกแห่งเส้นใยไหมอันล้ำค่าและประวัติศาสตร์อันยาวนาน
  • ไหมมัลเบอร์รี่: เกรดและคุณภาพที่แตกต่าง
  • ไขความลับน้ำหนักไหม “มอมเม่” สู่การเลือกผ้าอย่างมือโปร
  • จากเส้นใยตัวหนอนสู่ผืนผ้าไหมอันงดงาม
  • วงจรชีวิตหนอนไหมสู่เส้นใยผ้าไหมอันงดงาม
  • เส้นไหมหม่อน: ความต่างในสายใยหลากชนิด
  • ไขความลับโปรตีนไหม: สารพลังวิเศษจากธรรมชาติ
  • ผ้าไหมมัลเบอร์รี่กับซาตินชาแนล: แตกต่างอย่างไร?
  • GET SOCIAL

© 2017 - 2026 PandaSilk Secure Payment OEKO-TEX® STANDARD 100

TOP