ผ้าไหมนั้นขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มลื่นและความเงางามอันเป็นเอกลักษณ์ แต่การดูแลรักษาผ้าไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าปูที่นอนที่ทำจากผ้าไหมนั้น จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อคงความสวยงามให้อยู่กับเราไปนานๆ การซักและตากผ้าปูที่นอนผ้าไหมอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญ บทความนี้จะแนะนำวิธีการตากผ้าปูที่นอนผ้าไหมหลังการซักอย่างละเอียด เพื่อให้ผืนผ้าไหมของคุณคงความงามสง่าได้ยาวนานที่สุด
การเตรียมผ้าปูที่นอนผ้าไหมหลังการซัก
หลังจากซักผ้าปูที่นอนผ้าไหมด้วยวิธีที่ถูกต้องแล้ว (ควรซักมือด้วยน้ำเย็นและน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยน หรือซักเครื่องด้วยโหมดถนอมผ้า) ขั้นตอนการเตรียมผ้าก่อนตากก็สำคัญไม่แพ้กัน บิดผ้าเบาๆ เพื่อไล่น้ำส่วนเกินออก หลีกเลี่ยงการบิดผ้าแรงๆ เพราะอาจทำให้ผ้าไหมเสียรูปทรงได้
วิธีตากผ้าปูที่นอนผ้าไหมให้แห้งอย่างถูกวิธี
-
เลือกสถานที่ตากผ้าที่ร่มรื่น หลีกเลี่ยงการตากผ้าปูที่นอนผ้าไหมกลางแดดจัด เพราะแสงแดดโดยตรงอาจทำให้สีผ้าซีดจางลงได้ ควรเลือกบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ใต้ชายคาบ้าน หรือในห้องที่มีลมพัดผ่าน
-
ใช้ไม้แขวนเสื้อที่มีขนาดใหญ่และบุด้วยผ้าหรือฟองน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าปูที่นอนผ้าไหมเกิดรอยยับจากไม้แขวน หรืออาจจะพับผ้าปูที่นอนแล้วคลุมบนราวตากผ้าก็ได้
-
กลับผ้าปูที่นอนด้านในออก เพื่อป้องกันสีผ้าด้านนอกซีดจางจากแสงแดด แม้ว่าจะตากในที่ร่มก็ตาม
ตารางเปรียบเทียบวิธีการตากผ้าปูที่นอนผ้าไหม
| วิธีการตาก | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| ตากบนราว | ผ้าแห้งเร็ว อากาศถ่ายเทได้ดี | อาจเกิดรอยยับได้ง่าย |
| ตากด้วยไม้แขวน | ผ้าไม่ยับ รักษารูปทรงของผ้าปูที่นอนได้ดี | ผ้าแห้งช้ากว่าการตากบนราว |
| ตากในเครื่องอบผ้า | สะดวก รวดเร็ว | ไม่แนะนำอย่างยิ่ง อาจทำให้ผ้าไหมเสียหายได้ |
การดูแลรักษาผ้าปูที่นอนผ้าไหมหลังการตาก
เมื่อผ้าปูที่นอนผ้าไหมแห้งสนิทแล้ว ควรพับเก็บให้เรียบร้อย เก็บในที่แห้งและมืด หลีกเลี่ยงการวางทับด้วยของหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าไหมเกิดรอยยับ หากต้องการรีดผ้าปูที่นอนผ้าไหม ควรใช้ความร้อนต่ำและรีดผ่านผ้าอีกชั้นหนึ่ง
การดูแลรักษาผ้าปูที่นอนผ้าไหมอย่างถูกวิธีตั้งแต่การซักจนถึงการตากและการเก็บรักษา จะช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความสวยงามของผ้าไหมให้อยู่กับคุณไปได้อีกนาน เพียงใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คุณก็สามารถสัมผัสความนุ่มนวลและความหรูหราของผ้าไหมได้อย่างเต็มที่ทุกคืน


