การเลี้ยงไหมเพื่อผลิตเส้นใยไหมเป็นอุตสาหกรรมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มนุษย์เราได้เรียนรู้ที่จะนำเส้นใยจากรังไหมมาใช้ประโยชน์นานนับพันปี และตลอดระยะเวลาดังกล่าวก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ไหมให้มีคุณสมบัติที่หลากหลาย บทความนี้จะกล่าวถึงชนิดของไหมที่นิยมเลี้ยงเพื่อการผลิตเส้นใย
สายพันธุ์ไหมที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย
-
ไหมหม่อน (Bombyx mori): ไหมชนิดนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดในประเทศไทยและทั่วโลก เส้นไหมที่ได้มีคุณภาพดี เหนียว แข็งแรง และมีความเงางาม ไหมหม่อนกินใบหม่อนเป็นอาหาร การเลี้ยงไหมหม่อนจึงต้องปลูกหม่อนควบคู่กันไปด้วย
-
ไหมอีรี่ (Samia ricini): ไหมอีรี่เป็นไหมป่าชนิดหนึ่งที่สามารถเลี้ยงได้ง่าย กินใบละหุ่ง, ใบมันสำปะหลัง และใบไม้ชนิดอื่นๆ เป็นอาหาร เส้นไหมที่ได้มีความแข็งแรงทนทาน แต่มีความเงางามน้อยกว่าไหมหม่อน ข้อดีของไหมอีรี่คือสามารถเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายกว่าไหมหม่อน
-
ไหมทาซาร์ (Antheraea mylitta/pernyi/yamamai): ไหมทาซาร์เป็นไหมป่าอีกชนิดหนึ่ง เส้นไหมที่ได้มีสีน้ำตาลธรรมชาติ มีความแข็งแรงและทนทานสูง นิยมนำมาใช้ทอผ้าไหมพื้นเมือง
| ชนิดของไหม | อาหาร | คุณสมบัติของเส้นไหม |
|---|---|---|
| ไหมหม่อน (Bombyx mori) | ใบหม่อน | เหนียว แข็งแรง เงางาม |
| ไหมอีรี่ (Samia ricini) | ใบละหุ่ง, ใบมันสำปะหลัง | แข็งแรง ทนทาน |
| ไหมทาซาร์ (Antheraea spp.) | ใบพืชหลายชนิด | แข็งแรง ทนทาน สีน้ำตาลธรรมชาติ |
สายพันธุ์ไหมอื่นๆ
นอกจากสายพันธุ์ที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสายพันธุ์ไหมอื่นๆ ที่เลี้ยงในบางพื้นที่ เช่น ไหมมูค่า (Antheraea assamensis) ซึ่งให้เส้นไหมสีทอง และไหมป่าชนิดอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงไหมเหล่านี้ยังไม่แพร่หลายเท่ากับไหมหม่อนและไหมอีรี่
การเลือกสายพันธุ์ไหมที่เหมาะสมในการเลี้ยงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพภูมิอากาศ อาหารที่หาได้ง่าย และความต้องการของตลาด การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของแต่ละสายพันธุ์จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการ


